"จะสูงแค่ไหนก็ไปถึง ไม่มีคำว่าสูงวัดได้หากใจถึง จะหนาวเหน็บหนาวเพียงไหนจะฝ่าไป ร้อนเป็นฟืนเป็นไฟยังไงจะฝ่าไป"
ผ่านพ้นไปอีกทริปแล้วนะครับพี่น้องชาว TPCC ทั้งหลายเป็นอย่างไรกันบ้างสนุกกันมั้ยเอิ้ก ๆ เห็นแต่ละคนไม่เหน็ดเหนื่อยซักเท่าไหร่ ห้า ๆ
ตอนแรกที่จัดทริปนี้ก็ยังหวั่น ๆ อยู่เหมือนกันเห็นแต่ละคนเพิ่งเคยปีนภูกันเป็นครั้งแรกเกรงว่าจะเดินไม่ไหว แล้วก็คิดว่าถ้าเกิดมีคนท้อกลางทางซักคนเราจะทำยังไงดี(วะ) ทริปนี้ก็เลยจัดแบบสบาย ๆ นิดนึงมีการเตรียมการล่วงหน้านานเป็นเดือน (ปกติไม่เคยเตรียมการอะไรเลยไปตายเอาดาบหน้า) พอมาถึง อช. เริ่มหวั่นใจอีกรอบนึงคนรอขึ้นภูเป็นร้อย จะทำยังไงดีหว่าถ้าเพื่อลูกหาบไม่พอ จะแบกขึ้นไปกันเองก็คงจะไม่รอดแต่เผอิญสวรรค์คงเห็นใจชาวหน้าตาดีอย่างพวกเรา (หรือสมเพชกลัวมันจะไปตายกลางทางก็ไม่รู้ -*- ) ก็เลยได้ลูกหาบเป็นคิวสุดท้ายพอดี หลังจากนั้นก็ไม่มีเหลือแล้วพวกที่รอคิวต่อจากกลุ่มเราต้องแบกข้าวของขึ้นไปเองโหดมากมาย
เริ่มออกเดินทางประมาณ 10 โมงผ่านไปซัก 1 ชั่วโมงเริ่มออกอาการอ่อนล้ากันแต่ยังไม่มีใครบ่นเดินไปซักพักเครื่องเริ่มติดกันเริ่มคุยสนุกสนานเฮฮายังนึกในใจเลยว่ามันไม่เหนื่อยกันหรือไงฟะ แต่ก็ดีเริ่มอุ่นใจว่าคงจะไปถึงยอดภูกันได้ทุกคนหลัง ๆ เริ่มพักนานไม่ไหวเลยเดินทิ้งมาก่อนเพราะขามันจะแข็งก้าวไม่ออกสุดท้ายก็ถึงยอดภูกันทุกคนโดยที่ไม่มีใครปริปากบ่น หรือ ท้อแต่อย่างใด ดีใจมากมาย ห้า ๆ
ถึงตอนกลางคืนอากาศเริ่มหนาวอุณหภูมิประมาณ 10 องศาแต่ก็ยังได้ไออุ่นจากกองไฟทำอาหารกินกันสนุกสนาน หุงข้าวไหม้บ้าง สุกบ้าง แต่ก็กินเพราะหิว สาว ๆ ทุกคนสอบผ่านโรงเรียนประถมแห่งการใช้ชีวิตในป่าแล้วเนื่องจากสามารถเข้าห้องน้ำกลางทุ่งหญ้าได้ ห้า ๆ ๆ ๆ กินน้ำลำธารได้ ไม่ยอมอาบน้ำเป็นวันเป็นคืนได้ แค่นี้ก็เที่ยวป่าได้อย่างสบายแล้ว อิอิ
สุดท้ายนี้สิ่งที่ได้จากทริปนี้ไม่ใช่แค่การได้ไปชมภูเขา ป่า น้ำตก ดอกไม้ที่สวย ๆ เท่านั้นมันมีอย่างอื่นที่มีค่ามากกว่านั้น "น้ำใจ รอยยิ้ม มิตรภาพ" พบเห็นได้ตลอดเส้นทางที่เราเดินขึ้นลงภูสอยดาวถึงแม้ว่าเราจะมาจากต่างกลุ่มกัน แต่ก็ทักทายกันได้อย่างสนิทใจ ถึงแม้ต่างคนจะลำบากเหน็ดเหนื่อยขนาดไหนก็ตามก็หวังว่าทุกคนคงจะ "ฝากไว้แต่เพียงรอยเท้า จะนำกลับมาแค่ความทรงจำ" ที่ดี ๆ นะครับ
ปล. มันยังไม่จบหรอกพี่น้องเอ๋ย เรายังขึ้นไม่ถึงยอดภูกันเลยห้า ๆ ๆ เจอกันอีกแน่ "ภูสอยดาว"